• หน้าแรก
  • ค้นหาร้านค้า

ข่าวสาร

ปูกระเบื้องด้วยเกรียงร่องหวี ดีกว่าวิธีอื่นอย่างไร

    การปูกระเบื้อง แค่เลือกกระเบื้องสวย ๆ แล้วปูให้ตรงก็เพียงพอ แต่ความจริงแล้ว วิธีการปาดปูนและการวางปูนใต้กระเบื้อง มีผลโดยตรงต่อความแข็งแรงและอายุการใช้งานของพื้นหรือผนัง หากทำไม่ถูกต้อง อาจเกิดปัญหากระเบื้องกลวง แตก หรือหลุดร่อนในอนาคต

หัวใจสำคัญของงานปูกระเบื้องคือ ปูนต้องกระจายเต็มแผ่น ไม่มีช่องอากาศ เพื่อให้กระเบื้องยึดเกาะแน่น รับน้ำหนักได้ดี และไม่เกิดแรงสะสมเฉพาะจุด ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการแตกร้าว

เจ้าของบ้านมือใหม่ควรรู้ว่า ในหน้างานจะพบวิธีปูกระเบื้องหลัก ๆ อยู่ประมาณ 3 วิธี ได้แก่ การปูด้วยเกรียงร่องหวี การปูแบบขุ่ยหนู และการโปะปูนเป็นก้อน (ซาลาเปา) ซึ่งแต่ละวิธีให้ผลลัพธ์ต่างกันทั้งด้านความแข็งแรง ความทนทาน และความเสี่ยงต่อปัญหาในระยะยาว

การเข้าใจพื้นฐานเหล่านี้จะช่วยให้ เลือกวิธีปูที่เหมาะสม ตรวจงานได้ถูกจุด และลดปัญหาซ่อมแซมในอนาคต ได้อย่างมาก

1.ปูกระเบื้องแบบเกรียงร่องหวี คืออะไร

     การปูกระเบื้องแบบ เกรียงร่องหวี คือการใช้เกรียงที่มีฟันหรือร่อง ปาดปูนกาวให้เป็นแนวร่องสม่ำเสมอไปในทิศทางเดียวกันบนพื้นหรือผนัง ก่อนนำแผ่นกระเบื้องมาวางและกดให้แน่น ร่องปูนเหล่านี้จะช่วยให้เนื้อปูนกระจายตัวเต็มพื้นที่ใต้แผ่นกระเบื้องเมื่อกดลง ทำให้ปูนสัมผัสกับหลังกระเบื้องอย่างทั่วถึง

ข้อดีของวิธีนี้คือช่วยควบคุมความหนาของปูนกาวให้สม่ำเสมอ ลดการเกิดช่องอากาศใต้กระเบื้อง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของปัญหากระเบื้องกลวง แตก หรือหลุดร่อนในระยะยาว จึงเป็นวิธีที่ช่างมืออาชีพนิยมใช้และถือเป็นมาตรฐานของงานปูกระเบื้องที่ต้องการความแข็งแรงและความทนทาน

2.ปูกระเบื้องแบบขยะแหง (ขุยหนู) คืออะไร

     การปูกระเบื้องแบบ ขุยหนู คือการปาดปูนกาวหรือปูนซีเมนต์ผสมทรายให้เรียบบนพื้น แล้ววางกระเบื้องทับลงไปโดยไม่ทำร่องปูน วิธีนี้พบได้บ่อยในงานทั่วไปหรือพื้นที่ขนาดเล็ก

วิธีนี้สามารถทำงานได้รวดเร็วและใช้อุปกรณ์ไม่มาก แต่เนื้อปูนมักกระจายตัวไม่สม่ำเสมอเท่าการใช้เกรียงร่องหวี ทำให้บางจุดอาจมีปูนไม่เต็มแผ่น เมื่อใช้งานไปนาน ๆ อาจเกิดเสียงกลวงหรือกระเบื้องหลุดร่อนบางตำแหน่งได้ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการใช้งานบ่อยหรือรับน้ำหนักมาก

3.ปูกระเบื้องแบบซาลาเปา คืออะไร

     การปูกระเบื้องแบบ ซาลาเปา คือการโปะปูนเป็นก้อน ๆ ลงบนหลังกระเบื้อง แล้วนำไปวางบนพื้น วิธีนี้มักใช้เพื่อช่วยปรับระดับหน้างานอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในพื้นที่ที่พื้นเดิมไม่เรียบมาก

แม้วิธีนี้จะช่วยให้ปรับระดับได้ง่ายในบางจุด แต่ปูนจะสัมผัสกับหลังกระเบื้องเพียงบางส่วน ทำให้เกิดโพรงอากาศจำนวนมาก เมื่อกระเบื้องต้องรับแรงกด ความร้อน หรือความชื้น อาจทำให้กระเบื้องแตก หลุด หรือเกิดเสียงกลวงได้ง่าย จึงไม่เหมาะกับงานที่ต้องการความแข็งแรงในระยะยาว หรือการปูกระเบื้องแผ่นใหญ่

    งานปูกระเบื้องที่ดีไม่ได้ดูแค่ความสวยงาม แต่ต้องเริ่มจาก วิธีการปาดปูนที่ถูกต้อง เพื่อให้ปูนกระจายเต็มแผ่น ไม่มีช่องอากาศ และยึดเกาะแน่นในระยะยาว ในบรรดาวิธีที่ใช้กันทั่วไป การปูด้วย เกรียงร่องหวี เป็นวิธีที่ได้มาตรฐานที่สุด ช่วยลดปัญหากระเบื้องกลวง แตก หรือหลุดร่อน ขณะที่การปูแบบขุยหนูหรือซาลาเปา แม้ทำงานได้เร็ว แต่มีข้อจำกัดด้านความแข็งแรงในระยะยาว


💡 แนวคิดเทคนิคที่ควรรู้
งานปูกระเบื้องที่ทนทาน เริ่มจากการเลือกวิธีปูให้เหมาะตั้งแต่ต้น เพราะคุณภาพที่แท้จริง อยู่ที่ชั้นปูนกาวใต้แผ่นกระเบื้อง ไม่ใช่แค่ผิวหน้าที่มองเห็น

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง